ความคืบหน้า โครงการ “สถานประกอบการสว่าง ด้วยศีลและธรรม” จ.ปทุมธานี
เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ประสานความร่วมมือองค์กรภาคีภาครัฐและภาคเอกชน ยกระดับโครงการ “หมู่บ้านรักษาศีล ๕” ขยายผลสู่โครงการ “สถานประกอบการสว่างด้วยศีลและธรรม” เน้นมุ่งนำหลักธรรมสู่ภาคปฏิบัติเพื่อรณรงค์การรักษาศีล ๕ และเสริมสร้างความสุขความปรองดองในหมู่ประชาชน ตามนโยบายมหาเถรสมาคม
พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต (พระอารามหลวง)
กล่าวถึงที่มาของโครงการฯ ว่า “ด้วยคณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานี ได้มีมติร่วมกันที่จะสนองนโยบายตามแนวทางของมหาเถรสมาคม ในการยกระดับโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศีล ๕ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน คือ รณรงค์ให้ประชาชนมีศีล มีสุข มีปรองดอง มีสมานฉันท์ มีสามัคคี มีสันติสุข ปลอดยาเสพติด จึงมีความตั้งใจยกระดับการดำเนินงานจากที่ได้ดำเนินการในระยะแรกผ่านเครือข่ายบวร คือ บ้าน วัด โรงเรียน และราชการ ด้วยรูปแบบกิจกรรมรักษ์บวร รักษ์ศีล ๕ มาอย่างต่อเนื่อง สู่เป้าหมายการขยายผลไปยังประชาชนที่ปฏิบัติงานอยู่ในสถานประกอบการของจังหวัดปทุมธานี
ทั้งนี้ เพื่อประสานความร่วมมือกับสถานประกอบการในการจัดกระบวนการสร้างเสริมคนเก่งและดี มีศีลธรรม อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ส่วนตน คือ ได้รับสวัสดิการเติมเต็มความสุขในชีวิตตามพุทธวิธี และส่งผลต่อประโยชน์องค์กรและสังคมส่วนรวม คือ ได้บุคลากรที่มีศีลและธรรมประจำใจต่อยอดเติมเต็มความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไป ภายใต้ชื่อโครงการสถานประกอบการสว่าง ด้วยศีลและธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสถานประกอบการรักษาศีล ๕ และชุมชนคุณธรรม จังหวัดปทุมธานี โดยในระยะแรกนี้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานในสถานประกอบการฯ ต้นแบบ จำนวน ๖ แห่ง ให้เสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่ ๓ ของปีพุทธศักราช ๒๕๖๑ จากนั้นจะร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนขยายผลการดำเนินการในเขตพื้นที่อำเภอต่างๆ ของจังหวัดปทุมธานีต่อไป”
สำหรับ โครงการสถานประกอบการสว่าง ด้วยศีลและธรรมฯ เป็นโครงการที่มุ่งพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในสถานประกอบการต่างๆ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ด้วยกระบวนการและรูปแบบการเรียนรู้ที่ร่วมสมัย อาทิ การใช้สื่อ กิจกรรม Work Shopในงานอบรมสัมมนาฯ เป็นต้น ภายใต้แนวคิดในการดำเนินโครงการฯ และจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมฯ ด้วยเนื้อหาถูกลำดับจากง่ายไปหายาก ลุ่มลึกขึ้นตามลำดับ, รูปแบบการถ่ายทอดธรรมะ ทำให้เข้าใจง่าย สนุก และสามารถนำธรรมะไปสู่ภาคปฏิบัติในกิจวัตรประจำวันได้, ใช้สื่อสีขาวเข้ามาช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้เหมาะกับคนในยุคปัจจุบัน, ใช้กลไกของพลังหมู่ส่งเสริมพลังเดี่ยวในการทำความดี, เฟ้นหาผู้นำหรือตัวแทนเพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนงานให้เป็นรูปธรรม เรียกว่า “คณะกรรมการสร้างความสุข”, มีการสื่อ Social Network และ Web Site เป็นช่องทางในการติดตามผล, ลำดับการพัฒนาจิตใจ เริ่มที่ประโยชน์ตนก่อน แล้วจึงขยายใจไปเพื่อประโยชน์ขององค์กร และเพื่อประโยชน์สังคมส่วนรวมในที่สุด และใช้ ๗ กิจวัตรความดี เป็นแก่นหลักในการขับเคลื่อนศีลธรรมให้เกิดขึ้นในสถานประกอบการ
โดยคาดหวังว่าครอบครัวของสมาชิกที่ร่วมโครงการฯ จะมีความรักและความอบอุ่นมากขึ้น สามารถนำธรรมะไปสู่ภาคปฏิบัติ ใช้ในการพัฒนาตนเอง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ทำให้ทำงานได้อย่างมีความสุขมากขึ้น ในส่วนความคาดหวังด้านประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับสถานประกอบการ คือ ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นจากการที่พนักงานมีความสุข, ประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีม บรรยากาศการทำงานที่ดี และลดภาระในการดูแลค่าใช้จ่าย อันเนื่องจากการผิดศีล เป็นต้น
สถานประกอบการรุ่นต้นแบบ จังหวัดปทุมธานี ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๑ ที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน ๖ แห่ง ประกอบด้วย บริษัท บางกอกแคน แมนนูแฟคเจอริ่ง จำกัด, บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด, บริษัท ไทย ซูซูกิ มอร์เตอร์ จำกัด, บริษัท ไลท์ออน อิเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอเชียน สแตนเลย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และโรงพยาบาลเปาโล รังสิต
