เป็นที่รักใคร่ของเพื่อน และครอบครัวเพราะ...
นางสาวกัลยา รุ่งเรือง
โรงเรียนโชคเพชรวิทยา จังหวัดสุรินทร์
"เป็นที่รักใคร่
ของเพื่อน ครอบครัว
เพราะ พูดเพราะ"
ก่อนทำ 7 กิจวัตรความดีฉันเป็นอย่างไร
ก่อนหน้าที่ฉันจะเข้าร่วมกิจกรรม 7 กิจวัตรความดีนั้น ฉันเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะกับผู้ที่มีอายุที่มากกว่าอยู่แล้ว และเป็นคนที่ขยันในการทำงานบ้านอยู่แล้วในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่เป็นปัญหากับฉันก็คือ การพูดจา ซึ่งฉันเป็นคนที่พูดจาไม่ไพเราะ ชอบพูดคำหยาบคายโดยเฉพาะกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน และก็ไม่ค่อยเข้าวัดทำบุญ ไม่ค่อยได้สวดมนต์ นั่งสมาธิ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้ฉันเป็นคนที่จิตใจฟุ้งซ่าน ชอบคิดมาก จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ชอบเหม่อลอย และอีกอย่างที่เป็นปัญหาฉันก็คือ ฉันก็ไม่อ่อนโยนกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน และน้อง ๆ ด้วย
เหตุการณ์หรือปัญหา ที่ทำให้ฉันไม่มีความสุข อาจเป็นปัญหาที่เกิดจากคนรอบข้าง หรือจากตนเอง?
เหตุการณ์ที่ทำให้ฉันไม่สบายใจ คือ เรื่องการเรียนของฉันเอง ซึ่งเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในวันหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังเรียนในวิชาภาษาอังกฤษอยู่นั้น ขณะที่ครูสอนฉันไม่ตั้งใจฟังครูสอน จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เหม่อลอยและคิดมากอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทำให้ในวันนั้นฉันเรียนไม่รู้เรื่อง และทำงานที่ครูมอบหมายให้ไม่ทัน ในวันนั้นฉันเองจึงรู้สึกปวดหัวและเครียดแล้ว ก็คิดมากกับเหตุการณ์นี้ เพราะโดยปกติแล้ว ฉันเป็นคนที่ตั้งใจเรียนมาโดยตลอด จากเหตุการณ์นี้ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจมาก เพราะไม่ได้ตั้งใจฟังที่ครูสอน จึงทำให้เรียนไม่เข้าใจ และทำงานส่งครูไม่ทัน
ฉันได้นำ 7 กิจวัตรความดี ไปปรับใช้และแก้ปัญหา(ข้างต้น) อย่างไรบ้าง?
จากปัญหาที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น ทำให้ฉันมีความตั้งใจที่จะไม่ให้มีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นอีก ฉันจึงนำกิจกรรม 7 กิจวัตรความดีข้อที่ 2 ข้อที่ 4 และข้อที่ 5 ที่ฉันได้เรียนในชั่วโมงสุขจริงหนอ มาปรับใช้กับตัวเองซึ่งสำหรับกิจวัตรข้อที่ 2 คือสวดมนต์ นั่งสมาธินั้น ฉันได้เริ่มฝึกสวดมนต์ และนั่งสมาธิโดยเริ่มจากระยะเวลาสั้น ๆ แล้วจึงเป็นเวลาให้นานขึ้นเพื่อฝึกให้ฉันมีจิตใจสงบ ซึ่งทำให้ความเครียดลดลง ไม่ฟุ้งซ่านหรือคิดมากจนเกินไป สำหรับกิจวัตรข้อที่ 4 คือ การคิดดี จับดีคนรอบข้าง ฉันได้เริ่มฝึกมองคนในด้านดี และฉันพยายามหาคำตอบว่าทำไมเขาจึงขยันทำงานส่งจัง และฉันนั้นพัฒนาตนเองให้มีความขยันที่ไม่รู้ ใฝ่เรียนมากยิ่งขึ้น และกิจวัตรในข้อที่ 5 คือ การพุดดี มีวาจาสุภาษิต ฉันได้ทำกิจวัตรข้อที่ 2 มาร่วมด้วย คือการใจเย็นค่อย ๆ พูดไม่รีบเร่งจึงทำให้ไม่หลุดคำหยาบออกมา ซึ่งทั้ง 3 กิจวัตรนี้ก็สามารถลดการพูดที่ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจได้
ความประทับใจที่เกิดขึ้นเมื่อได้ทำ 7 กิจวัตรความดี อาจเป็นเสียงจากคนรอบข้าง ครอบครัว หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตัวเอง?
จากการที่ฉันพยายามที่จะปรับปรุงตัวที่เคยพูดจาไม่ไพเราะชอบพูดคำหยาบโดยเฉพาะกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน เป็นคนไม่เข้าวัดไม่สวดมนต์ นั่งสมาธิ ไม่มีสมาธิในการเรียน และไม่อ่อนโยนกับเพื่อนร่วมชั้น และน้อง ๆ นั้น หลังจากได้นำกิจวัตรข้อที่ 2 ข้อที่ 4 และข้อที่ 5 มาปรับใช้ฉันรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของตนเองอย่างชัดเจน ทั้งด้านการพูด คือ พูดเพราะขึ้น ด้านการสมาธิ คือ มีจิตใจก็สงบมากขึ้น ไม่เครียด และไม่เหม่อลอย ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ฉันรุ้สึกภูมิใจในตัวเองมาก เพราะฉันสามารถเป็นคนใจเย็นขึ้น และหยาบคายน้อยลง ทั้งที่เมื่อก่อนเป็นคนอารมณ์ร้อนและหยาบคายมาก ๆ การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของฉันนี้ ทำให้ได้รับคำชมจากเพื่อนว่าพูดเพราะขึ้น ซึ่งทำให้ฉันเป็นที่รักใคร่ของเพื่อน ๆ และคนในครอบครัวฉันจึงภูมิใจและมีความสุขมาก ๆ
