เนื้อหา

เรียนออนไลน์ไม่ใช่ทุกคนทำได้ ‘รถพุ่มพวงการศึกษา’ จึงพาครูไปหานักเรียนถึงบ้าน

บทความ
1864 views
3 มิ.ย. 63

เรียนออนไลน์ไม่ใช่ทุกคนทำได้ ‘รถพุ่มพวงการศึกษา’ จึงพาครูไปหานักเรียนถึงบ้าน
 
ที่ผ่านมาโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทย จนผู้ประกอบการไม่ว่ารายใหญ่ รายย่อย รวมถึงลูกจ้าง ต่างได้รับความยากลำบาก การศึกษาไทยเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่หนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน นอกจากบุคลากรในแวดวงที่ต้องปรับตัวกันขนานใหญ่แล้ว ผู้เรียนเองก็ต้องเปลี่ยนวิธีการเรียนใหม่มาเรียนออนไลน์

แต่ใช่ว่าเด็กทุกคนจะมีความพร้อมในการเรียนทางไกล เพราะมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในกลุ่มเปราะบาง การเรียนประเภทนี้จำเป็นต้องใช้ 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ผู้ปกครองที่พร้อมช่วยดูแลและอุปกรณ์ในการเรียน ซึ่งในความเป็นจริงผู้ปกครองหลายครอบครัวต้องออกไปทำงานหาเงิน ยังไม่นับการขาดแคลนอุปกรณ์และพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการเรียนอีก ดังนั้นจึงมีเด็กจำนวนไม่น้อยถูกผลักออกจากนโยบายนี้

‘ผศ. ดร.สิทธิชัย วิชัยดิษฐ’ กับเพื่อนๆ ครูภายใต้โครงการก่อการครูและโครงการผู้นำแห่งอนาคต อยากแก้ปัญหานี้ด้วยการสร้างหน่วยการเรียนรู้เคลื่อนที่ไปยังชุมชน เพื่อจัดการเรียนรู้ให้เด็กๆ ที่ไม่มีความพร้อม “พวกเรานึกถึงรถพุ่มพวงขายกับข้าวที่เข้าถึงชุมชนได้ ลักษณะพิเศษของรถประเภทนี้คือของในรถมีการคัดเลือกมาแล้วว่าเหมาะสมกับคนในพื้นที่นั้นๆ ที่สำคัญคือลูกค้าเลือกได้เองว่าอยากซื้ออะไร”

พวกเขาลองหยิบไอเดียนี้มาปรับเข้ากับหน่วยการเรียนรู้พื้นที่ จนออกมาเป็น ‘รถพุ่มพวงการศึกษา’ ที่จะนำการศึกษาเข้าสู่ชุมชน เหมาะสมกับบริบทชุมชน และเด็กๆ สามารถเลือกได้ว่าอยากเรียนอะไร หลังจากนำเสนอโครงการผ่าน มีพื้นที่นำร่อง 5 แห่งที่ได้งบประมาณสนับสนุน ได้แก่ ขอนแก่น 2 แห่ง กาฬสินธุ์ ศรีสะเกษ และเชียงใหม่

"เราก็มาตั้งต้นให้ดีว่าจะออกแบบกระบวนการเรียนการสอนยังไง สิ่งแรกคือมาปักธงร่วมกันก่อนว่าเป้าหมายหลักของเราคืออะไรกันแน่ จนสรุปกันที่อยากให้เด็กมีการเรียนรู้ต่อเนื่อง ไม่เสียโอกาสในการเรียนรู้ ไม่อยากเห็นเด็กต้องออกจากระบบการศึกษากลางคัน รวมถึงอยากจัดการศึกษาที่ชุมชนและผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการสร้างการเรียนรู้ด้วยได้ จากนั้นมาดูกันว่าวิธีการเรียนรู้แบบไหนที่เหมาะกับแต่ละพื้นที่

"กระบวนการสอนคืออย่างแรกต้องดูก่อนว่าพื้นที่ตัวเองควรสอนอะไร จะเอาอะไรไปสอนเด็กๆ สองคือมีใครในพื้นที่ช่วยเหลือบ้างไหม เช่น ผู้ปกครอง ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อสม. หรือผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ สามคือพื้นที่ที่จะจัดการเรียนรู้อยู่ตรงไหน จะจัดที่ชุมชนหรือที่บ้าน ก็มาดีไซน์ให้ดีว่าเจอกันที่ไหนได้บ้าง ถ้าไม่เจอกันจะเรียนยังไง ต่อมาคือกระบวนการหรือกิจกรรมที่เข้าไปจัด มีการเว้นระยะห่างยังไง มีมาตรการดูแลความปลอดภัยทั้งครูและเด็กแบบไหน คิดให้ละเอียดรอบคอบ และมีทรัพยากรอะไรบ้างที่จะนำมาใช้ในการเรียนการสอน เพื่อที่จะเห็นความแตกต่างที่เหมาะสมกับบริบท ทั้งยังได้รู้ว่าต้องใช้ทรัพยากรอะไรบ้าง ทางโครงการก็สนับสนุนได้สะดวก"

ขณะนี้โครงการ ‘รถพุ่มพวงการศึกษา’ ได้ดำเนินการมา 1-2 สัปดาห์แล้ว ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากทั้งจากนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ซึ่งจุดที่ ผศ. ดร.สุทธิชัยคิดว่าน่าสนใจที่สุดคือ การได้เห็นความร่วมมือของชุมชนกับผู้ปกครองในด้านการศึกษา เพราะปกติผู้ปกครองก็ส่งลูกมาเรียน ส่วนชุมชนก็ไม่เคยรู้ว่าโรงเรียนสอนอะไรบ้าง พอเป็นแบบนี้ทุกคนก็พร้อมลงมาร่วมด้วยช่วยกัน

"แต่ละทีมก็คุยกันว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะมากสำหรับเชื่อมชุมชนกับผู้ปกครองเข้ามากับการศึกษา และเป็นช่วงที่ครูได้ทำความรู้จักชีวิตของนักเรียนและผู้ปกครองมากขึ้น มีแผนที่จะเดินหน้าต่อแม้จะหมดโควิดแล้วก็ตาม ถ้าถามว่า new normal ของการศึกษาคืออะไร เราคิดว่ามันคือเรื่องนี้นี่แหละ ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีใหม่หรือการเรียนออนไลน์อย่างเดียว แต่มันคือการที่ผู้ปกครองกับชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้เด็กมากกว่าเมื่อก่อน"

ใครสนใจกระบวนการเรียนการสอนและข้อมูลทางการศึกษาใหม่ๆ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ก่อการครู

 

 

ที่มา a day|TIMELINE