7 อุปสรรคขัดขวางความคิดสร้างสรรค์
7 อุปสรรคความคิดสร้างสรรค์
ที่ผู้ปกครองควรหลีกเลี่ยง
.
#7อุปสรรคความคิดสร้างสรรค์
.
ธรรมชาติของเด็กมักชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆสังเกตเห็นได้จากความซุกซนของเจ้าตัวเล็กความอยากรู้อยากเห็น
การเป็นคนช่างสังเกต ช่างสงสัยช่างซัก ช่างถาม และสามารถใช้เวลานาน ๆกับสิ่งที่สนใจได้โดยไม่เบื่อหน่าย
แต่น่าเสียดายถ้าการกระทำบางอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ปกครองอาจมีความไม่เข้าใจและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าสิ่งเหล่านั้น
และอาจเป็นการขัดขวางพัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์ของเด็กน้อยได้อีกเรามาหาคำตอบกันว่า
อะไรคืออุปสรรคที่คอยสกัดกั้นความคิดสร้างสรรค์นั้น
.
1) #การถูกจับตาดูอย่างระแวดระวัง
เมื่อเด็กถูกจับตาดูในการเล่นอะไรสักอย่าง
เด็กจะซ่อนความคิดสร้างสรรค์ของตน
โดยไม่เสี่ยงทำในสิ่งที่คิดว่าแปลกประหลาดออกมา
เพราะอาจกลัวโดนดุ และโดนทำโทษภายหลัง
ผู้ปกครองควรปล่อยให้เค้า
ได้เล่นอย่างอิสระ แต่ไม่ปล่อยปละละเลย
คอยดูอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วงใย
.
2) #การให้ของรางวัลแบบพร่ำเพรื่อ
ความมุ่งหวังในของรางวัลเพียงอย่างเดียว
อาจทำให้ความคิดสร้างสรรค์ถูกปิดกั้น
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าของรางวัลก็เป็นแรงจูงใจ
ทำให้เด็กมีความสุขกับความคิด
ควรให้รางวัลอย่างสมดุล
.
3) #การแข่งขันที่มุ่งให้ชนะเลิศเพียงคนเดียว
การประกวดแข่งขันแบบทีม
นอกจากจะช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์แล้ว
เด็กยังได้ฝึกความมีน้ำใจจากความร่วมมือในกลุ่ม
และเรียนรู้การมีคุณค่าในหน้าที่ของทุกคนอีกด้วย
.
4) #การควบคุมที่เข้มงวด
การบอกให้ทำตามคำสั่งที่ผู้ใหญ่บอก
อาจทำให้เด็กเข้าใจได้ว่าต้องทำตามถึงจะถูกต้อง
และได้รับการยอมรับ .. เมื่อเป็นเช่นนี้
เด็กจะไม่กล้าริเริ่มทำอะไรใหม่ ๆ ด้วยตนเอง
ด้วยคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
.
5) #การจำกัดทางเลือก
การจำกัดทางเลือกจะไม่เกิดขึ้น
ถ้าหากผู้ปกครองหมั่นสังเกตถึงสิ่งที่เด็กสนใจ
และให้เด็กมีโอกาสเป็นผู้เลือกกิจกรรมด้วยตนเอง
โดยมีผู้ปกครองช่วยคลายสงสัยและให้ข้อเสนอแนะ
.
6) #ความกดดันจากความคาดหวัง
เมื่อความคาดหวังและความสนใจ
ของผู้ปกครองและเด็กไม่ตรงกัน
อาจทำให้เกิดการบังคับให้ทำ
เด็กจะเกิดความกดดัน ไม่อยากทำ
ไม่อยากเรียนรู้สิ่งนั้นอีกต่อไป
.
7) #การจำกัดเวลาในกิจกรรมที่สนใจ
เวลาเด็กทำกิจกรรมด้านความคิดสร้างสรรค์
เช่น การเล่น การทำกิจกรรมศิลปะ
ผู้ปกครองควรให้เด็กมีเวลามากเพียงพอ
ไม่เร่งเวลา ไม่สั่งให้เลิกทำกิจกรรมนั้น
จะเป็นการช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
ถ้าหากต้องมีการกำหนดเวลา
ควรทำข้อตกลงร่วมกันก่อนทำกิจกรรมต่างๆ
บทความนี้อ้างอิงจากหนังสือ
บริหารชีวิตด้วยจิตวิทยา ตอน #เลี้ยงให้ได้เรื่อง
โดย คณาจารย์คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หาซื้อหนังสือได้ที่ ศูนย์หนังสือจุฬาฯ สาขาสยาม
