เนื้อหา

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

ข่าวสารโครงการ
2843 views
16 พ.ค. 62

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

เป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ขึ้นเป็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี ซึ่งจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ณ พระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และนับเป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการถ่ายทอดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ โดยทุกสถานีจะเชื่อมสัญญาณการถ่ายทอดสดจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

 

 

การเตรียมการ

การเตรียมการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 5 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นวันที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีขึ้น โดยเมื่อวันที่ 26 มกราคม มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรก โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานการประชุมและดำรงตำแหน่งองค์ประธานที่ปรึกษา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธาน ชีพ จุลมนต์ ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย เปรม ติณสูลานนท์ เป็นที่ปรึกษาและกรรมการ

 

กรรมการ อาทิ อัศวิน ขวัญเมือง บุษยา มาทแล็ง ฉัตรชัย พรหมเลิศ ณัฐ อินทรเจริญ พสุ โลหารชุน พรพิพัฒน์ เบญญศรี อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ลือชัย รุดดิษฐ์ ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน จักรทิพย์ ชัยจินดา สรรเสริญ แก้วกำเนิด ประวิตร วงษ์สุวรรณ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ดอน ปรมัตถ์วินัย สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ อนุพงษ์ เผ่าจินดา วีระ โรจน์พจนรัตน์ วิลาศ อรุณศรี อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย วิจารณ์ สิมาฉายา ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ กฤษศญพงษ์ ศิริ นายแพทย์ สุขุม กาญจนพิมาย การุณ สกุลประดิษฐ์ รองศาสตราจารย์ นพ.สรนิต ศิลธรรม จรินทร์ จักกะพาก กุลิศ สมบัติศิริ อนันต์ สุวรรณรัตน์ ปรเมธี วิมลศิริ กิตติพันธ์ พานสุวรรณ อนันต์ ชูโชติ โชติ ตราชู ประสงค์ พูนธเนศ บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ พัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ นพพร บุญแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

 

มีการตั้งคณะกรรมการทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยในฝ่ายประชาสัมพันธ์ มี พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และพลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็น เลขานุการ

ฝ่ายจัดพิธีการ มี ศาสตราจารย์กิตติคุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และนางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเลขานุการ

 

ฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจร มี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และพลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเลขานุการ พลตำรวจเอก ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ประธานอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการการรักษาความปลอดภัยและการจราจร เป็น พลตำรวจโท สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข และ พลโท ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ เป็น รองประธานอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการการรักษาความปลอดภัยและการจราจร

 

ฝ่ายจัดทำน้ำอภิเษก มี นายกองเอก ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะอนุกรรมการ

 

ฝ่ายกลั่นกรองการขอใช้งบประมาณ มี ศาสตราภิชานสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และนางประภาศรี บุญวิเศษ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเลขานุการ

 

ฝ่ายโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ มี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ เช่น บุษยา มาทแล็ง พรพิพัฒน์ เบญญศรี อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ลือชัย รุดดิษฐ์ พสุ โลหารชุน ณัฐ อินทรเจริญ จักรทิพย์ ชัยจินดา ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย

 

ฝ่ายจัดการเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร มี พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นที่ปรึกษาและอนุกรรมการ และนางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานคณะอนุกรรมการ

 

ริ้วขบวน
ในพระราชพิธีอย่างเป็นทางการจะมี 3 ริ้วขบวน ดังนี้

ริ้วขบวนที่ 1 อัญเชิญพระสุพรรณบัฏ พระราชลัญจกรประจำรัชกาล และดวงพระราชสมภพ จากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 3 พฤษภาคม โดยใช้กำลังพลทั้งหมด 133 นาย
ริ้วขบวนที่ 2 อัญเชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน มายังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อประกาศพระองค์เป็นศาสนูปถัมภก และถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิที่ปราสาทพระเทพบิดร ในวันที่ 4 พฤษภาคม โดยใช้กำลังพลทั้งหมด 234 นาย
ริ้วขบวนที่ 3 เป็นริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารค อัญเชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร วันที่ 5 พฤษภาคม โดยใช้กำลังพลทั้งหมด 1,368 นาย

 


การฝึกซ้อม
20 กุมภาพันธ์ - กรมสรรพาวุธทหารบก จัดฝึกพื้นฐานลักษณะทหารในท่าต่างๆ ที่ต้องใช้ในริ้วขบวนทั้ง 3 ให้กับชุดครูฝึกของหน่วยที่จัดกำลังปฏิบัติในริ้วขบวน
12 มีนาคม - ฝึกซ้อมริ้วขบวนที่ 3 เสมือนจริงเป็นกรณีพิเศษ เน้นกำลังพลของหน่วยทหารและข้าราชบริพารที่ต้องรับผิดชอบ
19 มีนาคม - ฝึกซ้อมริ้วขบวนที่ 3 แบบรวมการทุกเหล่าเป็นครั้งแรก
26 มีนาคม - ฝึกซ้อมริ้วขบวนที่ 1 และ 2 บนพื้นที่จำลอง ในพื้นที่กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ที่ 11 เป็นครั้งแรก
28 มีนาคม - ฝึกซ้อมริ้วขบวนที่ 3 บนพื้นที่จำลองครั้งสุดท้าย โดยมีพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ร่วมลงฝึกซ้อม
17 เมษายน - ฝึกซ้อมริ้วขบวนทั้ง 3 ริ้วขบวนบนพื้นที่จริงครั้งแรก
21 เมษายน - ฝึกซ้อมริ้วขบวนที่ 3 บนพื้นที่จริงครั้งที่ 2 โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าร่วมการฝึกซ้อมเป็นครั้งแรก
22 เมษายน - ฝึกซ้อมริ้วขบวนที่ 1 และ 2 บนพื้นที่จริงครั้งที่ 2
28 เมษายน - ฝึกซ้อมใหญ่ริ้วขบวนที่ 1 และ 3 บนพื้นที่จริง เป็นการฝึกซ้อมครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มพระราชพิธีจริง
29 เมษายน - ฝึกซ้อมใหญ่ริ้วขบวนที่ 2 บนพื้นที่จริง

 


ตราสัญลักษณ์พระราชพิธี
ในวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2562 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวแบบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในครั้งนี้ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาปรุงแบบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วยพระองค์เอง และพระราชทานแบบตราสัญลักษณ์พร้อมความหมายเพื่อใช้ในการเผยแพร่งานในครั้งนี้ และยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแบบเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์ โดยด้านหน้าเป็นตราสัญลักษณ์ ส่วนด้านหลังมีคำว่า "พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. ๒๕๖๒" ซึ่งสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจัดทำเข็มที่ระลึกขึ้นเพื่อจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนได้อัญเชิญไปประดับในช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และรายได้จากการจำหน่ายเข็มที่ระลึกทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย รัฐบาลจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัยต่อไป

 

 

การเตรียมสถานที่และปรับปรุงภูมิทัศน์
วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2562 กิจกรรมจิตอาสาปรับปรุงภูมิทัศน์คลองคูเมืองเดิม ถนนอัษฎางค์ และถนนบำรุงเมือง มีหน่วยพระราชทานจิตอาสา ประชาชนจิตอาสา เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร กรมป่าไม้ กรมราชทัณฑ์ สมาคมรุกขกรรมไทย และเครือข่ายต้นไม้ในเมืองกว่า 400 คน ระดมอุปกรณ์ เครื่องมือ ไปตัดแต่งกิ่งก้าน และฟื้นฟูต้นไม้ใหญ่ ให้มีทรงพุ่มสวยงาม ตัดกิ่งก้านต้นไม้ตามหลักรุกขกรรม เพื่อให้ต้นไม้ริมคลองคูเมืองเดิมทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ไปถึงสะพานช้างโรงสี

 

 

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างเป็นทางการ


พระราชพิธีทั้งหมดดังต่อไปนี้มีการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยทั้งหมด

 

4 พฤษภาคม
เวลา 10:09 - 12:00 น.

สรงพระมุรธาภิเษก ณ ชาลาพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน, ทรงรับน้ำอภิเษก ณ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์, ทรงรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องบรมขัตติยราชวราภรณ์ และพระแสง ณ พระที่นั่งภัทรบิฐ จากนั้นทรงเลี้ยงพระ และพระสงฆ์ดับเทียนชัย


เวลา 14:00 น.

เสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

 

เวลา 16:00 น.

เสด็จฯ โดยริ้วขบวนราบใหญ่ไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ประกาศพระองค์เป็นศาสนูปถัมภก ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ณ ปราสาทพระเทพบิดร ถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิ สดับปกรณ์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

 

เวลา 18:00 น.

เจ้าพนักงานเวียนเทียนสมโภชหมู่พระมหามณเฑียร

 

เวลา 18:19 - 20:30 น.

เฉลิมพระราชมณเฑียรและเถลิงพระแท่นบรรจถรณ์ ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน

 


5 พฤษภาคม
เวลา 9:00 น.

พระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ เลี้ยงพระ เทศน์ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย


เวลา 16:30 น.

เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยกระบวนพยุหยาตราสถลมารค จากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

 


6 พฤษภาคม
เวลา 16:30 น.

เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท รับการถวายพระพรชัยมงคล โดยพสกนิกรชาวไทย


เวลา 17:30 น.

เสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ให้คณะทูตานุทูต แขกของรัฐบาล และกงสุลต่างประเทศเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล


พระราชพิธีเบื้องปลาย
ปลายเดือนตุลาคม เวลา 16:00 น.

เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเช่นเดียวกัน

 

 

 

ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย https://th.wikipedia.org/wiki/พระราชพิธีบรมราชาภิเษก_พุทธศักราช_2562